มองทิศทาง ทองในประเทศ ทรงตัวเหนือ 29,500 บาท รับอานิสงส์บาทอ่อน
มองทิศทาง ทองคำย่อตัวเหตุกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยมี.ค. 0.5% ด้านทองในประเทศทรงตัวเหนือ 29,500 สวนทางทองโลกรับอานิสงส์บาทอ่อน
สถานการณ์ทองคำ ย่อตัว หลังนักลงทุนกังวลผลประชุมเฟดเดือน มี.ค.อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับขึ้น 0.5% มากกว่าที่เคยคาด ท่ามกลางเงินเฟ้อพุ่งไม่แผ่ว ส่งผลทองแกว่งตัวลงระยะสั้น
แต่ถ้ามองทองคำในประเทศ ทรงตัวเหนือ 29,500 บาทต่อบาททองคำ ต่อเนื่องและมีลุ้นปรับตัวขึ้น เหตุได้อานิสงส์เงินบาทอ่อน ระยะสั้นมีลุ้นทองคำในประเทศแตะกรอบ 30,500 –30,850 บาทต่อบาททองคำ แต่แนะนำทยอยขายทำกำไรเพราะราคาทองโลกยังปรับฐาน
ขณะที่ ระยะยาวราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้น อานิสง์ความต้องการทองจากหลายอุตสาหกรรม พร้อมแนะนักลงทุนเทรดทองผ่านแอป YLG Gold investment ปิดความเสี่ยงค่าเงินผันผวนอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่ง เปิดเผยว่า ราคาทองคำในตลาดโลกช่วงนี้เริ่มมีสัญญาณปรับตัวลดลง ซึ่งมาจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ช่วงเดือน มีนาคม 2566 ที่เริ่มให้น้ำหนักว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นเพียง 0.25%
ส่งผลให้มีความกังวลว่าปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะปรับขึ้นไปถึงระดับ 5.5 – 5.75% เพิ่มจากอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันถึง 1% และในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อยังเร่งตัวต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจจะไปถึงจุดสูงสุดที่ 6% จากความกังวลดังกล่าวจึงส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า และกดดันให้ทองคำราคาอ่อนลง
อย่างไรก็ดี ราคาทองคำในระยะกลางยังอยู่ในช่วงของการปรับฐาน หลังจากทองคำพุ่งแรงนับตั้งแต่ปลายปี 2565 จนถึงเดือน มี.ค.จนเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป เมื่อทิศทางเป็นเช่นนี้นักลงทุนจึงมีพฤติกรรมเทขายเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน ทำให้ราคาทองคำผ่านแนวต้านสำคัญไปได้ยากยิ่งขึ้นจนกว่าจะมีปัจจัยหนุนใหม่ๆเข้ามา
แนวต้าน แรกที่ 1,847-1,852 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ หากไม่ผ่านแนวต้านนี้ทองคำอาจจะมีสัญญาณซึมตัวลง
แนวรับ มองที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ แต่หากผ่าน 1,847-1,852 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ได้จะมีมุมมองเชิงลบลดลงต่อโดยมีต้านถัดไปที่ 1,880-1,870 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
ทองคำในประเทศไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาทองคำในตลาดโลก
เพราะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ดังนั้นจังหวะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่านี้ทำให้ทิศทางทองในประเทศนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังทรงตัวรักษาระดับไว้ได้เหนือ 29,500 บาทต่อบาททองคำ ไม่ได้ปรับตัวลดลงเช่นราคาทองคำในตลาดโลก อีกทั้งยังมีโอกาสขยับขึ้น
- แนวต้าน 30,500 –30,850 บาทต่อบาททองคำ
- แนวรับ 30,000-29,500 บาทต่อบาททองคำ
อย่างไรก็ตาม แนะนำแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาทองคำในประเทศขยับขึ้น เพราะราคาทองคำต่างประเทศยังเป็นทิศทางปรับตัวลง หากค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่า ราคาทองคำในประเทศก็จะกลับไปเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับราคาทองคำในตลาดโลกจึงแนะนำว่าให้ขายทำกำไรออกไปก่อน
การปรับตัวลงของราคาทองคำมองว่าเกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ในระยะยาวจะยังเป็นขาขึ้น โดยจากข้อมูลของสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกา ( United States geological survey : USGS) พบว่า
ปริมาณการผลิตเหมืองทองคำทั่วโลกในปี 2565 อยู่ที่ประมาณ 3,100 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ที่มีการผลิต 3,090 ตัน จะเห็นว่าปริมาณทองคำที่ผลิตได้เพิ่มขึ้นทุกปี แต่ก็ไม่ได้ฉุดให้ราคาทองคำปรับลดลงแต่อย่างใด ราคายังทรงตัวในระดับ เพราะเป็นสินค้าที่มีความต้องการทั้งจากภาคอุตสาหกรรม ภาคการเงินการลงทุน รวมถึงการสวมใส่เพื่อความสวยงาม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB